http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=navarit&id=34 (ดูภาพประกอบ)
มีอยู่วันหนึ่ง เผอิญเปิดทีวี ไปเจอรายการถ่ายทอดตลาดนัดคุณธรรม ครั้งที่ 3 ที่ท่านศาสตราจารย์ อาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 14 เป็นประธานเปิดงาน ท่านได้ปาฐกถาถึงเรื่องคุณธรรมแห่งชาติ เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ทุกคนในชาติ ตั้งแต่เยาวชนของชาติ ประชาชนทุกอาชีพทุกสาขา นักการเมือง สื่อมวลชน ตลอดจนข้าราชการทุกกรมกองไปจนถึงฝ่ายรัฐบาล ถ้าได้ปฎิบัติตามคุณธรรมแห่งชาติ ประเทศชาติเราย่อมเจริญแน่นอน เพราะทุกคนจะอยู่ภายใต้กรอบแห่งคุณงามความดีสมกับเกิดมาเป็นคนไทย เพราะบางทีจริยธรรมในวิชาชีพอาจเข้าไม่ถึงวิถีชีวิตของอาชีพต่างๆ อย่างน้อยคุณธรรมแห่งชาติ ก็จะทำให้เรามีความละอายใจและความเกรงกลัวต่อการทำความชั่วหรือการประพฤติมิชอบทั้งปวง
คุณธรรมแห่งชาติที่ว่านี้ทำหน้าที่เช่น Super Ego ที่เป็นคุณธรรมกรอง จิตใฝ่ต่ำหรือกิเลส (ID) และทำลายความเป็นอัตตาหรืออีโก้ (Ego)ของผู้คนในสังคมที่ยึดมั่นแต่ความความคิคในส่วนตัวฝ่ายเดียว เปรียบเสมือนเหมือนการร่อนทอง เพื่อหาทองคำแท้ ท่านอาจารย์ธานินทร์ ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า " การแก้ไขทั้งแนวความคิดและอุปนิสัยของบุคคลนั้น ต้องใช้เวลาอันยาวนาน ด้วยความตั้งใจ ความเสียสละ และความอดทน ซึ่งการแก้ไขปรับปรุงตนเองอาจจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ "ร่อน" ความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมอันไม่พึงปรารถนาให้หลุดร่วงลงไป และสร้างสมสิ่งดีเป็นลำดับ เปรียบเสมือนกับการร่อนทองที่ต้องค่อยๆ คัดกรองเอาเศษหินเศษดินออก ค่อยๆ ร่อนจนกระทั่งได้ทองที่มีความบริสุทธิ์จริงๆ"
ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียรได้พูดถึงเรื่อง INTEGRITY หรือการยึดมั่นในหลักการแห่งความถูกต้องและชอบธรรม ที่ควรเป็นที่มาของจริยธรรมหรือคุณงามความดีแห่งชาติได้ คุณธรรมแห่งชาติที่สามารถเป็นกรอบความคิดให้คนทั่วไปทุกเพศทุกนามได้นำมาปฎิบัติ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
1. ความซื่อสัตย์และการสร้างพฤติกรรมความน่าเชื่อถือในตัวบุคคล
2. ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
3. จิตสำนึกต่อสาธารณะ
4. ความเสียสละเพื่อส่วนรวม
5.การเคารพผู้อาวุโส
6. ความกตัญญู ต่อชาติ และผู้มีพระคุณ
7.พฤติกรรมอ่อนน้อมถ่อมตน
8.เคารพตนเองเชื่อมั่นในการดำรงตนเป็นคนดี ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
อะไรคือความถูกต้องและชอบธรรม หลักพื้นฐานแนวความคิดเรื่อง INTEGRITY ศาสตราจารย์สตีเฟ่น แอล คาร์เตอร์แห่งมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่า การที่บุคคลใดจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มี INTEGRITY หรือการยึดมั่นในหลักการและความถูกต้องจะต้องมีการปฏิบัติให้ครบถ้วน 3 ประการ คือ
1.สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งถูกต้อง สิ่งใดเป็นสิ่งที่ผิดได้อย่างกระจ่างชัด
2.ปฏิบัติสิ่งที่เชื่อและคิดว่าเป็นสิ่งถูกต้องอย่างเคร่งครัด แม้จะทำให้ตนลำบากหรือเสียผลประโยชน์ก็ตาม
3. ประกาศให้ผู้อื่นได้ทราบโดยทั่วกันว่าตนได้ปฏิบัติไปเช่นนั้น โดยได้พินิจพิเคราะห์แยกแยะแล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
มาถึง ณ.วันนี้รัฐนาวา ภายใต้การนำของฯพณฯนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช กับคณะรัฐมนตรี ร่วมรัฐบาลจะนำพาประเทศชาติไปตลอดรอดฝั่งแค่ไหน ถ้าได้ปฎิบัติตนเหมือนทองคำแท้มีคุณธรรมครบทั้ง 8 ข้อในการทำงานเชื่อว่ามีรํฐบาลทำงานครบ 4 ปี แน่นอน แล้วพวกที่เป็นกลุ่มพันธมิตรทั้งหลายที่ออกมาเคลื่อนไหวถ้ามีจิตสำนึกสาธารณะต่อประชาชนหรือประเทศชาติก็ควรเห็นแก่ความสงบสุขของชาติบ้านเมืองบนพื้นฐานของความถูกต้องและชอบธรรมตามหลักคุณธรรมแห่งชาติที่ท่านศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียรท่านได้เตือนสติไว้ คิดเสียว่าเรามีรัฐบาลที่มีการเลือกตั้งย่อมดีกว่ารัฐบาลที่มาจากเผด็จการ ถ้าทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ก็ควรช่วยกันแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของชาติที่ถดถอยมานาน การสร้างความไม่สงบในประเทศชาติให้เกิดขึ้นอีกครั้งย่อมทำลายความเชื่อมั่นจากนักลงทุนจากต่างชาติไม่กล้ามาลงทุนในสถานการณ์ที่ไมสงบในประเทศไทย นั่นคือหายนะของประเทศกำลังเกิดขึ้น
ที่สำคัญบนพื้นฐานของความถูกต้องและชอบธรรมของ กกต.ในการตัดสินลงโทษนักการเมืองก็เป็นสิ่งจำเป็นในยามนี้ถ้าองค์กรอิสระขาดความเป็นกลาง ทำให้บ้านเมืองเสียหายต้องมีการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่เพราะจะเป็นสิ่งที่ทำให้มีการยุบพรรคแกนนำรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลตามเกมการเมือง ประเทศชาติก็จะยิ่งบอบช้ำเสียหายหนักกว่าเดิม ความรู้สึกของประชาชนที่อยากจะมีรํฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่มาจากการเลือกตั้งจะขาดความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระที่ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของทุกคนในยามนี้คือกระบวนการยุติธรรมหรือกระบวนการศาล ที่จะตัดสินว่าอะไรคือความถูกต้องและชอบธรรมในสังคม
ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนในชาติควรมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้ประเทศชาติของเราได้ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำโดยเร็ว มีความสงบเรียบร้อย ไม่เกิดความแตกแยกกันของผู้คนในชาติบ้านเมืองเหมือนอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ต่างชาติและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยของเมืองไทย เพื่อให้ทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาลว่าสามารถทำงานได้ครบ 4 ปี อย่าทำร้ายประเทศชาติอีกเลยช่วยกันเยียวยารักษาประเทศชาติกันดีกว่า ถ้าประเทศชาติขาดความสงบ การเมืองวุ่นวายแล้วใครเล่าจะกล้ามาลงทุนในชาติบ้านเมืองของเรา ยิ่งมีการต่อต้านหรือมีการเดินขบวนเกิดขึ้น ตลาดหุ้นก็ยิ่งตกต่ำ เศรษฐกิจก็ยิ่งแย่ลงยากที่ประเทศชาติจะฟื้นคืนชีพได้
1 ปี4 เดือน ที่ผ่านมาที่เราอยู่ภายใต้รัฐบาลเงาที่มาจากการปฎิวัติ เราได้อะไรขึ้นมาบ้าง อยากให้บ้านเมืองบ้านกลับไปสู่ระบอบเผด็จการกันอีกหรือท่านทั้งหลาย สาเหตุเดียวของการทำปฎิวัติรัฐประหารเพื่อความสงบสุขของชาติบ้านเมืองที่ผู้คนในชาติแตกแยกกันเป็นเหตุผลประการแรก ขอให้ทุกคนมีคุณธรรมแห่งชาติโดยเฉพาะเรื่องจิตสำนึกต่อสาธารณะคือประเทศชาติและประชาชนที่เดือดร้อนเป็นตัวตั้ง เพียงพวกท่านไม่กี่กลุ่มไม่กี่คนที่ทำลายประเทศชาติมันคุ้มค่ากันไหมก็ลองทบทวนดูตามหลักความถูกต้องและชอบธรรม ความดีที่พอเพียง ประชาธิปไตยที่พอเพียง จะมีในจิตสำนึกของท่านที่อ้างว่ารักชาติบ้านเมืองกันบ้างหรือเปล่าหนอ ถ้ารักชาติจริงก็ไม่ควรให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่ทำลายความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจนี่แหละถึงจะเรียกว่ารักชาติจริง เพราะถือว่าท่านมีความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมือง
เราลองมาวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงต่อความอยู่รอดของรัฐบาลชุดนี้กันดีกว่าว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้
1.การที่รัฐบาลถูกมองว่ากลั่นแกล้งข้าราชการประจำจากฝ่ายการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรรคฝ่ายค้านและบรรดาแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรที่ต่อต้านรัฐบาลจะออกมาอภิปรายเคลื่อนไหวโจมตีไม่ไว้วางใจจนรัฐบาลอยู่ไม่ได้
2.ปัญหาการยุบพรรคการเมือง เพราะคดีความของนายกรัฐมนตรีหรือคดีความของประธานรัฐสภาหรือคดีความของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล จะเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลทำงานไม่ครบ 4 ปี แต่ถ้าทุกคนรอดพ้นจากคดีกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ รัฐบาลก็สามารถทำงานได้ครบ 4 ปี แต่ถ้าเกิดปัญหาที่จะต้องยุบพรรรคแกนนำรัฐบาลหรือพรรรคร่วมรัฐบาลจริงๆนั่นคืออวสานของรัฐบาล
3.การขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพรรคแกนนำรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล จะก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในส.ส.ของรัฐบาลเอง อาจจะมีการย้ายพรรคไปสังกัดฝ่ายค้านหรืออาจจะยกมือสนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้าข้างฝ่ายค้านทำให้ คะแนนเสียงที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้ฝ่ายค้านหรือฝ่ายส.ว. ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลไปไม่รอดเพราะขาดเอกภาพควบคุมส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้
4. ปัญหาความไม่ซื่อสัตย์และพฤติกรรมที่ขาดความน่าเชื่อถือในการบริหารงานของคณะรัฐมนตรี การคอรัปชั่นโดยเฉพาะในเรื่องโครงการเมกกะต่างๆ จะทำให้เกิดความไม่โปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล จนเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้
5.ปัญหาเรื่องเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีตที่หยิบมาทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อรํฐบาลโดยเฉพาะเหตุการณ์ 6 ตุลา หรือเหตุการณ์ตากใบหรือปัญหาทางสามชายแดนภาคใต้จะถูกหยิบยกมาเป็นชนวนความขัดแย้งของคนในชาติ
6. คำพูดของนายกรัฐมนตรีอาจจะเป็นปมสร้างปัญหาความขัดแย้งในระดับชาติ อันเป็นที่มาของการให้นายกรัฐมนตรีกล่าวคำขอโทษหรือให้แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นต่อสาธารณชน ก็เป็นมูลเหตุต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
7. ปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปํญหาได้ ก็จะเป็นสาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ประชาชนอยากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่
8.ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ก่อจะเป็นสาเหตุให้เกิดม็อบหรือแนวร่วมต่างๆขึ้นมาก่อความไม่สงบภายในประเทศอันเป็นสาเหตุให้รัฐบาลไม่ได้รับความเชื่อใจจากประชาชน
9.โครงการที่ดีอยู้แล้วที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติที่รัฐบาลชุดนี้เปลี่ยนแปลงยกเลิกโดยไม่ฟังเสียงข้างมากจากสาธารณะชนในประเทศที่เดือดร้อนกัน พูดง่ายๆไม่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมกับโครงการดีๆสิ่งดีๆที่ทำก่อนหน้ารัฐบาลชุดนี้ ทำให้เกิดการต่อต้านรัฐบาลหรือเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐบาลเกิดขึ้นได้
10.แผนพิฆาตรัฐบาลที่บุคคลที่เกลียดชังรัฐบาลพยายามก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศจากแนวร่วมกลุ่มต่างๆ ที่ต่อต้านสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกทักษิณที่ฝ่ายรัฐบาลถูกจับตาว่าเป็นนอมินี เลยพยายามต่อต้านทำลายรัฐบาลทุกรูปแบบจากมือที่มองไม่เห็นที่อยู่เบิ้องหลังปมขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่รักอดีตนายกทักษิณกับฝ่ายต่อต้านดอดีตนายกทักษิณอันเป็นสาเหตุให้เกิดการจราจลในชาติจนทหารต้องเข้ายึดอำนาจปฏิวัติหรือรัฐประหารอีกครั้งอีกครั้ง
สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เป็นสิ่งที่รัฐบาลฯพณฯนายกรัฐมนตรีต้องฝ่าฟันรัฐนาวาไปให้ตลอดรอดฝั่ง ก็อยากให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ทำงานครบเทอมเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ได้มาจากคะแนนเสียงของประชาชนทั้งประเทศ ถึงจะขี้เหร่แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่ทำงานแบบมีคุณภาพบริหารงานอย่างซื่อสัตย์บนความถูกต้องและชอบธรรม คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ไม่รังแกข้าราชการประจำ รัฐนาวาชุด นายกสมัคร 1 ย่อมนำพาประเทศชาติไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน คงไม่มีฝ่ายใดที่จะล้มล้างรัฐบาลบริหารประเทศชาติบนความถูกต้องและชอบธรรมได้
ที่กล่าวมานี้คือการวิเคราะห์ในฐานะนักนิเทศศาสตร์ที่เป็นประชาชนคนหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์ใจในการแสดงความคิดเห็น เราลองมาวิเคราะห์ในบริบทโหราศาสตร์กันบ้างดีกว่า ที่มีหลายคนทั้งนักวิชาการ บุคคลหลายฝ่าย รวมทั้งนักโหราศาสตร์ ที่ทำนายทายทักกันว่า รัฐบาลของฯพณฯ นายก นายสมัคร สุนทรเวช อยู่ไม่ครบปี คำทำนายทายทักแบบนี้เล่นเอาทิศทางเศรษฐกิจแปรปรวน ทำให้นักลงทุนทั้งในประเทศและนอกประเทศไม่กล้าลงทุนกันเพราะไม่เชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ชอบศึกษาทางด้านโหราศาสตร์ขอพิสูจน์สมมุติฐานที่ว่า"รัฐบาลของฯพณฯ นายกสมัครอยู่ไม่ครบ 4 ปี แค่ปีเดียวก็ไปไม่รอดแล้วจริงหรือไม่?
ดวงชะตาของรัฐบาลนายกสมัคร 1 ขอใช้ดวงชะตาในวันที่โปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2551 เวลา 11.00 น. เป็นกรณีศึกษา ประกอบกับดวงTransit ปี พ.ศ 2551 ถึงปีพ.ศ 2544
ในระบบโหราศาสตร์สากล จะเห็นว่า ลัคนา (Ascendant)ของดวงรัฐบาลชุดนี้ อยู่ที่ ราศีเมษ 22 องศา 05 ลิปดา เสวยนักษัตรฤกษ์ที่มีชื่อว่า ภรณี แห่งมหัทธโนฤกษ์ มีดาวศุกร์เสวย สัตตมนวาค์ลูกที่ 7 และมีดาวพฤหัสเสวย ตติยตรียางค์ลูกที่ 3
เรือนชะตาที่ 1 ราศีเมษ มีดาวอิริส ( Eris) ในตำแหน่ง 20 องศา 29 ลิปดา ดาว Eis ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่ค้นพบ ชื่อเดิมที่รู้จักกันคือ 2003 UB313 หรือบางท่านอาจเรียกว่าดาวเซทนา( Xena ) ดาวดวงนี้คือตัวแทนของความขัดแย้งในสังคม หรือกฎหมายนอกระบบ หรือที่เราเรียกว่ากฎหมู่นั่นเอง มีอำนาจมากกว่าดาวอังคาร ถือว่าเป็นการทะเลาะในระดับชาติ ในระบบ Ruler House ถือว่าเป็นดาวเกษตรร่วม ทั้งราศีเมษ ราศีกันย์ และราศีเมถุน ราศีกันย์คือเรือนชะตาที่ 6 ราศีเมถุนคือเรือนชะตาที่ 3 นั่นเป็นสัญญาณบอกเหตุว่ารัฐบาลจะเริ่มเจอศึกหนัก จากการต่อต้านจากพวกกฎหมู่ที่อาศัยการเดินขบวนขับไล่ อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลพึงระวัง ในขณะเดียวกันดาว อิริส (Eris) ก็ยังเกี่ยวกับความขาดเอกภาพของรัฐบาลผสม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้อาจอยู่ไม่ได้เพราะความแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่าในพรรคร่วมรัฐบาลเอง
ในความหมายของเรือนชะตาที่ 1 นี้บอกได้คำเดียวว่าสิ่งที่น่ากลัวอันดับแรกคือการขาดความเป็นน้ำหนึ่งอันดึยวกันของรัฐบาลผสมนั่นเองที่จะทำให้รัฐบาลไปไม่รอด ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะถ้ารัฐบาลแพ้อภิปรายจากพรรคฝ่ายค้านก็เป็นสาเหตุมาจากส.ส.ฝ่ายรัฐบาลปันใจไปเทคะแนนให้ฝ่ายค้าน แต่โชคดีหน่อยที่ดาว Eris เป็นเกษตรในเรือนชะตาที่ 1 คือราศีเมษ ทำให้เห็นว่าดวงรัฐบาลเหมือนแมวเก้าชีวิตตายยาก ถึงเจอวิกฤตแค่ไหนก็สามารถผ่านพ้นไปได้ แต่ก็ต้องระวังสัญญาณอันตรายเตือนแล้วเรื่องความแตกแยกในพรรครัฐบาลเองในช่วงปีแรก พยายามประคับประคองให้ถึง 3 ปีเพราะถ้าปีที่ 3 รัฐบาลยังมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้นั่นหมายถึง ดวงชะตาฟ้าลิขิตให้รัฐบาลนายกสมัครอยู่ครบเทอมแน่นอน
ในเรือนชะตาที่1 ราศีเมษนี้รัฐบาลต้องระวังดาว ไฮเยีย( Hygeia )ในตำแหน่ง 12 องศา 42 ลิปดา ซึ่งเป็นดาวด้านสุขภาพหรือการแพทย์ ถือว่าเป็น Hard Rectangle ทำมุม(Aspect )0 องศา ¦ (Pararelle)กับดาวฤกษ์ Ras Alhagueหรือที่ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือดาว Alpha Ophiuchus Ngc 23837 ซึ่งเป็นดาวที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์หรือความเจ็บปวดทรมานเพราะโรคร้าย หมายถึงว่า ให้ระวังกระทรวงสาธารณสุขให้ดี จะมีปัญหาที่ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอน ก็เริ่มทำงาน ปัญหาซีแอลยาก็เกิดขึ้นแล้ว เริ่มย่างก้าวแรกของรํฐบาลจะเกิดจากปัญหากับกระทรวงนี้เป็นอันดับแรก อย่างน้อยรัฐมนตรีสาธารณสุขควรฟังเสียงของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ทุกข์ทรมานเพราะโรคร้ายที่คุกคามไว้บ้างก็ดีอย่าให้น้ำผึ้งเพียงหยดเดียวทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลเลยไม่เช่นนั่นรัฐมนตรีท่านแรกของรัฐบาลนายกสมัคร1 ที่จะไปก่อนใครเพื่อนคือรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข
ตำแหน่ง Midpoint
- Hygeia = North Node / Admetos = Uranus / Ceres
- As = EQ = Mars / Vesta = Mar / Neptune = Vesta / Hades = Neptune / Hades = Mercury / Mars = Kronos / Sun = Admetos / Pallas = Kronos / Sun = Kronos / Vulcan = Vulcanus / Mc = Earth / Venus = Bacchus / Cupido = Chiron / Hades = Bacchus / Juno
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการประมูลคอมพิวเตอร์ตามกระทรวงต่างๆ ปัญหาเรื่องภัยแห้งแล้ง ปัญหาน้ำท่วมและปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตรที่เสียหายและหนี้สินของเกษตรกรที่จะเกิดปัญหากับรัฐบาลในช่วงปีแรก รวมทั้งปัญหาเรื่องการสร้างสนามบินขนส่งสินค้าหรือปัญหาการสร้างรถไฟฟ้าในโครงการเมกกะ ที่อาจจะมีปัญาหาในช่วงปีแรกเช่นกัน
เรือนชะตาที่ 2 ราศีพฤษภ มีดาวประจำราศีคือ ดาว Ceres ในตำแหน่ง 20 องศา 42 ลิปดา ดาว Admetos ในตำแหน่ง 23 องศา 41 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Ceres = Earth / Chiron = North Node / Vulcanus =Saturn / Mc = Vertex / Juno
- Admetos = As / Hades = As / Mars = Hygeia / Kronos = Eq / Hades = Mars / Eq = Saturn / Sun = Vertex / PF = Vertex / Jupiter = Zeus / Venus
การทำงานของรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปี 2551 ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน เศรษฐกิจทรงตัวยังไม่ขับเคลื่อนไปเท่าใด รัฐบาลคงแค่พยุงราคาสินค้า อัดฉีดเม็ดเงิน หรือกระตุ้นการส่งออก หรือนำเข้ารวมทั้งส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าให้คะแนน ก็ยังได้เกรด F อยู่ ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎารคม เศรษฐกิจของประเทศเริ่มขับเคลื่อนไปในระดับ 65 เปอร์เซ็นต์นโยบายการเงินและการคลังเริ่มได้ผล ได้คะแนน เกรด C + ตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นไปถึงเดือนตุลาคม ถือว่า รัฐบาลได้คะแนน B + จนถึงช่วงเดือนมกราคมปี 2552 ถือว่าได้คะแนน เกรด A
เศรษฐกิจทำท่าจะดีแต่ก็เริ่มมีปัญหาเพราะเหตุการณ์ความไม่สงบจากกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ทำให้ตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจของไทยเริ่มชะงักงันอีกครั้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม 2552 เรียกว่าเศรษฐกิจ ติด C -
ในเดือนเมษายน 2552 สถานการณ์ทางการเมืองพร้อมกับสภาพคล่องเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาสู่สภาวะปกติ ได้คะแนน B +แล้วจะเริ่มดีจนถึงเดือนกันยายน 2552 นโยบายด้านเศรษฐกิจรัฐบาลไปได้ฉลุย ถือว่าได้รํฐบาลสอบผ่านได้เกรด A
ปี2553ย่างเข้าการทำงานปีที่ 3 ของรัฐบาลเริ่มตั้งแต่ช่วงปีใหม่เป็นปีที่รัฐบาลเจอปัญหาและวิกฤตในเรื่องเศรษฐกิจปัญหาราศาน้ำมันทั่วโลกที่สูงขึ้น ค่าสาธารณูปโภคก็สูงขึ้นจนประชาชนเดือนร้อน ตลอดจนปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตรรวมทั้งปัญหาความขัดแย้งในคณะรัฐบาลเริ่มมีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2553 นี้เศรษฐกิจของประเทศจะเริ่มถดถอยเพราะปัญหาทางการเมืองและปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ เรียกว่าเศรษฐกิจในชาติเริ่มเสียหาย ช่วงนี้จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาต่างๆให้คลี่คลายไปในทางที่ดีให้ได้ไม่เช่นนั้นเป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐนาวาลำนี้อาจไปไม่รอด เศรษฐกิจในปี 2553 เริ่มดีขึ้นในช่วง เดือนเมษายนเป็นต้นไป จนถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2553 หลังจากนั้นสภาพเศรษฐกิจก็ขึ้นๆลงๆตามกลไกตลาดโลก
ปี2554 วิกฤตเศรษฐกิจเริ่มเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจจะมีขึ้น นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 ถ้ารัฐบาลยังมีเอกภาพมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แตกแยกกันเองเชื่อว่านี่คือจุดหักเหว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่กับการทำงานในช่วง 3ปีกับ2 เดือนถ้ารัฐบาลฝ่ามรสุมในเดือนมีนาคม 2554 ไปได้นั่นหมายถึง รัฐบาลสามารถทำงานได้ครบ 4 ปีอย่างแน่นอน
เรือนชะตาที่3 ราศีเมถุน มีดาว อังคาร (Mars )ตำแหน่ง 24 องศา 5 ลิปดา ดาวฮาเดส( Hades )26 องศา 00 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Mar = Hades = Saturns / Hygeia = Admetos / Vulcanus = Eq / Bacchus = South Node / As = Earth / Ceres = Moon / Neptune =Poseidon / Sun = Apollon / Neptune
ช่วงที่รัฐบาลควรระวังปัญหาความขัดแย้งในรัฐบาลหรือปัญหาที่พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกคือ
- ปี2552 ช่วงที่ควรระวังคือเดือนกันยายน เดือนธันวาคม
- ปี2553 ช่วงที่ควรระวังคือเดือน มีนาคม
- ปี 2554 ช่วงที่ควรระวังคือเดือนมีนาคม ถ้ารัฐบาลสามารถประคับประคองสามารถทำงานร่วมกับพันธมิตรร่วมรัฐบาลได้ โอกาสที่จะอยู่ครบ 4 ปีจะเป็นไปได้ด้วยเช่นกัน
เรือนชะตาที่ 4ราศีกรกฎ มีดาวโครโนส(Kronos) ทำมุม 3 องศา 9 ลิปดา ดาววัลคานุส ทำมุม 24 องศา 32 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Kronos = Poseidon / Node Node = Black Moon / Chiron = Pluto / Venus = Astrae / Uranus
- Vulcanus = Mars / South Node = Ceres / Vertex = Mars / Bacchus = Jupiter / Sun = As / Apollon = As / Moon
เดือนเมษายน 2551 รัฐบาลอาจจะเจอวิกฤติทางการเมืองจากการชุมนุมเคลื่อนไหวการต่อต้านจากกลุ่มแนวร่วมต่างๆ และจะเจอศึกหนักในรัฐสภาในช่วงเดือนสิงหาคม 2551 แล้วก็ส่งท้ายความวุ่นวายทางการเมืองปี2551 ในเดือนธันวาคม สำหรับปี2552 เดือนที่รัฐบาลหนักใจมากที่สุดคือในช่วง เดือนมิถุนายน 2552 ระวังเหตุการณ์ทางสามชายแดนภาคใต้จะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลในช่วงเดือนสิงหาคม 2552 เรียกว่าเดือนสิงหาคมปีนี้รัฐบาลจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบชนิดที่เสียรางวัดเหมือนกัน โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะสั่นคลอนมากเป็นพิเศษ ถึงตอนนี้ก็อยู่ที่ความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ปีพ.ศ. 2553 เหตุการณ์ทางรัฐสภาที่สร้างความหนักใจให้ฝ่ายรัฐบาลคือในช่วง เดือนสิงหาคม 2553 จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชนิดรุนแรงที่สุดถ้าผ่านพ้นไปได้ ก็ต้องไปเจอศึกหนักในช่วงเดือนมีนาคมและ เดือนกันยายนปี 2554 หมายถึงว่าครั้งนี้เป็นการตัดสินว่ารัฐบาลจะอยู่หรือจะมีการยุบสภา ถ้าผ่านพ้นไปด้วยดี ถ้ารัฐบาลสอบผ่าน ถือว่าแนวโน้มที่จะมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2554 เป็นต้นไปจนถึงช่วงเดือนมกราคม 2555
เรือนชะตาที่ 5 ราศีสิงห์ มีตำแหน่งโลก(Earth) 8 องศา 36 ลิปดา ดาวแบบคัส (Bacchus) ตำแหน่ง 28 องศา 24 ลิปดา พระเกตุ (South Node) ตำแหน่ง 28 องศา 51 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Earth = Apollon / Admetos = Ceres / Poseidon = Moon / Admetos = Pluto / Uranus = Mc / North Node = Pluto / Pallas
- Bacchus = South Node = As / Venus = Ceres / Cupido = Ceres / Juno = Vulcan / Uranus = Sun / Pallas = Eq / Jupiter
นโยบายด้านการเกษตรถือว่าเริ่มขับเคลื่อนไปด้วยดีในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2551 ผลผลิตด้านการเกษตรหรือการส่งออกผลไม้และสินค้าแปรรูปทางการเกษตรมีแนวโน้มดีในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2551 แต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ให้ระวังปัญหาเรื่องภัยแล้งหรือปัญหาภัยธรรมชาติที่จะสร้างความหนักใจให้กับรํฐบาล ปี2553ในช่วงเดือนกรฎาคม เดือนมีนาคม ระวังปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ชาวนาที่เดือดร้อน กลายเป็นความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ทางการเมืองไปได้ และเดือนกันยายน ปี 2553 จะเจอปัญหาหนักในเรื่องพืชผลทางการเกษตรจะเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมหลายจังหวัดจนทำให้เกิดความเสียแก่เกษตกรชาวไร่ชาวนาจนรัฐบาลต้องเจอปัญหาระดับชาติที่แก้ไขด้วยเร่งด่วน
ที่สำคัญภายใต้เรือนชะตานี้ให้ระวังเรื่องหวยบนดินหรือหวยออนไลน์ที่รัฐบาลชุดนี้จะนำมาใช้อีก จะเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจากพวกที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมและ เดือนมิถุนายน 2551
เรือนชะตาที่ 6ราศีกันย์ มีดาวเสาร์(Saturn) อยู่ในตำแหน่ง 7 องศา 8 ลิปดา การที่จะดูว่ารัฐบาลจะมีอายุยืนนานเท่าไหร่ ดาวตัวนี้ก็ช่วยบ่งบอกอายุการทำงานของรัฐบาล ถือว่า เป็น God of Time เทพแห่งการเวลาของสากล หรือความยาวนานของรัฐบาลชุดนี้จำเป็นต้องอาศัยดาวเสาร์เป็นดัชนีชี้บอกที่สำคัญ
ในระบบโหราศาสตร์ฮินดูจะถือว่าตำแหน่ง ดาวเสาร์ในราศีกันย์เป็นอุจจาวิลาส ซึ่งมีความหมายทียบเท่ามหาอุจจ์ ก็ถือว่ารัฐบาลชุดนี้เจออุปสรรคและปัญหามากมายที่เล่นงานรัฐบาลถือว่ามีวิบากกรรมก่อนที่จะจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ำ ไหนจะโดนทั้งฝ่ายแนวร่วมกลุ่มต่างๆที่ต่อต้านนอมีนีอดีตนายกทักษิณ แล้วไหนจะโดนฝ่ายค้านที่ซักฟอกไม่ไว้วางใจรัฐบาลตลอดระยะเวลาที่ทำงานเรียกว่ารัฐบาลโดนเปิดสภาอภิปรายตลอดเวลาของการทำงาน แล้วไหนจะนายกรัฐมนตรีกับท่านประธานสภาที่ยังมีคดีความต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์กันอีก ในกระบวนการยุติธรรม ถ้าคดีตัดสินว่ามีความผิดจริงก็ถึงกาลอวสานรัฐบาลแน่นอน
แต่นั่นคือเรื่องอนาคต แต่ถ้ามาถึงเวลานี้ถ้าจะให้ตอบในฐานะผู้ศึกษาโหราศาสตร์ขอตอบว่าโอกาสที่ทั้งสองคนจะรอดพ้นคดีมีถึง 75 เปอร์เซ็นต์ นายกสมัครและพรรคพลังประชาชนเหมือนแมวเก้าชีวิต ยิ่งฆ่าให้ตายยิ่งเกิดใหม่ เล่นเอางานนี้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือฝ่ายที่คิดจะเล่นเกมทางการเมืองโดยอาศัย มือที่มองไม่เห็น เพื่อตัดรากถอนโคนพรรคแกนนำรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องหนักใจ ถ้ารัฐบาลมีเจตนาที่บริสุทธิ์ทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ฟ้าดินย่อมเข้าข้างแน่ แต่ถ้าขาดความถูกต้องและชอบธรรม วิบากกรรมก็คงทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้เอง ยุคนี้กรรมทันตาเห็น
ตำแหน่ง Midpoint
Saturn = Hades / Black Moon = Mar / Dark Moon = Kronos / Poseidon = Earth / Vertex = North Node / Uranus
ปี 2551 ความวุ่นวายเพราะดาวเสาร์ในเรือนชะตาที่ 6 จะปรากฏให้เห็นในช่วง 18 พฤษภาคม , 14 มิถุนายน , 15 กรกฎาคม , 26 กรกฎาคม ช่วงเดือนสิงหาคม รัฐบาลจะเผชิญวิกฤตทางการเมืองควรระวังปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะช่วงวันที่ 8 -11-14-16-25-30-เดือนสิงหาคมรัฐบาลไม่ควรประมาท สำหรับเดือนตุลาคมช่วงวันที่ 2-9-11-15-26 เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมือง เหตุการณ์ไม่ในสงบในเวทีรัฐสภาและนอกสภาาจะเกิดขึ้นควรระวังการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐบาลที่หลายฝ่ายดูว่ารัฐบาลควรจะไปไม่รอดในช่วงนี้ แต่ดูแล้วเหมือนปาฎิหารย์จะช่วยให่รัฐบาลผ่านพ้นวิกฤตในปี 2551ไปได้นั้นคือคำตอบว่าปี 2551 รัฐบาลสามารถผ่านมรสุมทางการเมืองไปได้ตลอดรอดฝั่ง
ปีพ.ศ.2552 รัฐนาวาที่นำพาโดย ฯพณฯนายก สมัคร ยังเจอวิกฤตอีกในช่วงเดือนมีนาคม โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมลุกลามมาจนถึงช่วงต้นเดือนเมษยน 2552 วันที่ 3-8 เมษายน ถือว่าเป็นช่วงฝันร้ายของรัฐบาล ถ้าช่วงเดือนนี้รัฐบาลผ่านเหตุการณ์ร้ายๆไปได้ เดือนสิงหาคม กันยายน ตุลาคม ปี 2552 รัฐบาลก็จะเจอความวุ่นวายจากกลุ่มต่อต้านต่างๆถึงขั้นมีม็อบชนม็อบ หลังจากนี้เหตุการณ์วุ่นวายในปี 2552ก็ค่อยคลี่คลายลงในทางที่ดีขึ้น
ปีพ.ศ.2553 ก็ขอให้รัฐบาลระวังปัญหาความไม่สงบที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เดือน มีนาคม และเดือนสิงหาคม
ปี พ.ศ. 2554 ถือว่าเป็นปีที่เป็นคำตอบสุดท้ายที่จะบอกว่ารัฐบาลไปรอดครบ 4 ปีหรือไม่ ช่วงเดือนเมีนาคมและเดือนเมษายนนี้ ดูเหมือนมีปัจจัยทางการเมืองหลายอย่างที่มาทดสอบเสถียรภาพของรัฐบาล ถือว่าโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลจะแตกแยกแตกคอมีมากขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดหักเหทางการเมือง ถ้าเดือนกันยายน ปี 2554 รัฐบาลยังไม่แตกแยกหรือทหารไม่ปฎิวัติซ้อนอีกครั้งเชื่อว่า รัฐบาลทำงานอยู่ครบ 4ปี
เรือนชะตาที่ 7ราศีตุลย์ มีดาว จันทร์(Moon) ในตำแหน่ง 27 องศา ดาวอะพอลลอน(/Apollon) ตำแหน่ง 26 องศา 21 ลิปดา ดาวเซอุส (Zeus ) ตำแหน่ง 11องศา 47 ดาวแอสเตรีย (Astrae) ตำแหน่ง 20 องศา 35 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Moon = Apollon = Astrae / Ceres = Mars / North Node = Hades / North Node = Kronos / Neptune = Kronos / Vest = Saturn / Cupido = Saturn / Juno
- Zeus = Admetos / North Node = Vulcaus / Pluto = Earth / Cupido = Earth / Juno =South Node / Black Moon
ในเรือนชะตาที่ 7 ถือว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในด้านนโยบายกับประเทศในกลุ่มอาเซียน นโยบายด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพือนบ้านถือว่ารัฐบาลชุดนี้สอบผ่าน โครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) หรือ BIMSTEC ถือว่าช่วงนี้ปีแรกนี้รัฐบาลเริ่มประสบความสำเร็จในด้านนโยบายกับเพื่อนบ้านแถบอาเซียนโดยเริ่มตั้งแต่เดิอนตุลาคม 2551 ในช่วงมกราคม ปี 2554 ให้ระวังปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้โครงการลุ่มน้ำโขงอาจจะมีปัญหาในช่วงเดือนมกราคม
ช่วงที่ถือว่าการค้าตลาดใหม่ดีที่สุดของไทยในแถบประเทศจีน ลาว เวียตนาม มาเลย์คือช่วง ตุลาคม 2552เป็นต้นจนถึงปี 2553
เรือนชะตาที่ 8ราศีพิจิก มีดาวโพเซดอน (Poseidon)ในตำแหน่ง 8 องศา 32 ลิปดา Black Moon ตำแหน่ง 21 องศา 55 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Poseidon = Sun / Saturn = Saturn / PF = Apollon / Black Moon = Moon / Black Moon = South Node / Mc = Jupiter / Saturn = South Node / Chiron = Hygeia / Kronos = Vertex / Venus = Vertex / Jupiter = As / Mars =Moon / Juno
เรือนที่ 8 หรือที่เรียกว่าภพ มรณะ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งปัญหาเรื่องการรักษาความสงบใน 3 ชายแดนภาคใต้ และนโยบายเรื่องความสมานฉันท์ของคนในชาติ สำหรับด้านนโยบายปราบปรามยาเสพติดถือว่ารํฐบาลทำงานได้ผลถือว่าได้ เกรด A ส่วนปัญหาสถานการณ์ทางชายแดนภาคใต้ก็ถือว่า เหตุการณ์จะเริ่มดีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายจน 2551 ถือว่านโยบายสมานฉันท์เริ่มทำให้พี่น้องชายแดนภาคใต้มีขวัญและกำลังใจดีขึ้น แต่ช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน 2552 ปํญหาความไม่สงบในสามชายแดนภาคใต้ที่จะมีเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นมากอีก ปี 2553 ก็ให้ระวังความรุนแรงในช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์และ เดือนสิงหาคม ส่วนปี 2554 สรุปเรื่องความสมานฉันท์ รัฐบาลสัมฤทธิ์ผลทางนโยบายประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์
เรือนชะตาที่ 8 นี้ยังเป็นดัชนี้บ่งบอกถึงความสิ้นสุดของรัฐบาลหรือายุการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ได้อีก ในช่วงเดือนมีนาคม 2544 มีดาวยูเรนัสจร อยู่ในตำแหน่ง 00 องศา 05 ลิปดา ราศีเมษ ในเรือนชะตาที่ 1 ของดวงรัฐบาล นายกสมัคร1 ถ้ารัฐบาลสามารถผ่านพ้นวิกฤตในช่วงการทำงาน 3 ปี กับ 2 เดือนถ้ารอดพ้นไปได้ก็คงจะมีอายุยืนนานครบ 4 ปี
เรือนชะตาที่ 9ราศีธนู มีดาว คิวปิโด (Cupido) ในตำแหน่ง 16 องศา 11 ลิปดา ดาวจูโน (Juno) 16 องศา 11 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
Cupido = Juno =AS / Earth = Vertex / Neptune = Vertex / Mercury = Black Moon / Venus = Black Moon / Jupiter = Neptune / Zeus = Black Moon / PF
ในเรือนชะตาที่ 9 นี้เป็นเรื่องนโยบายด้านต่างประเทศ นโยบายด้านการศึกษา หรือธุรกิจส่งออกรวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยวถือว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมิถุนายน2551 ยิ่งช่วงเดือนตุลาคม ปี2551ถือว่าธุรกิจท่องเที่ยวฉลุยเลย รัฐบาลประสบความสำเร็จถึง 75 เปอร์เซ็นต์ถือว่าได้คะแนน B+
ปัญหาในการขาดดุลย์การค้าทางด้านพืชผลทางการเกษตรในตลาดร่วมยุโรปยังมีให้พบเห็นในรัฐบาลชุดนี้ถือว่าไม่ ประสบผลสำเร็จเท่าใด จะไปประสบความสำแร็จกับตลาดในโซนอาฟริกา จีน ญี่ปุ่น มากกว่าทางด้านยุโรปและอเมริกา
นโยบายด้านการศึกษาถือว่าไม่ค่อยมีผลงานเท่าไหร่สำหรับรัฐบาลชุดนี้ ไปให้ความสำคัญกับโครงการเมกะ เสียมากกว่า ถือว่า มีผลงานไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ได้คะแนน F นี่อาจจะเป็นจุดด้อยให้พรรรคฝ่ายค้านชำแหละรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ในด้านนโยบายการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการต้องพยายามสร้างผลงานมากๆ
เรือนชะตาที่ 10ราศีมังกร มีดาวศุกร์(Venus)ในตำแหน่ง 5 องศา 56 ลิปดา ดาวพฤหัสบดี(Jupiter) 9 องศา 58 ลิปดา ดาวพลูโต (Pluto) 00องศา 05 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Pluto = Sun / Black Moon = AS / Saturn = Pallas / Zeus = Neptune / Poseidon =Vulcan / Black Moon
= Vesta / Poseidon = Uranus / Zeus = Mc / Cupido = Mercury / Poseidon = Poseidon / Neptune = Poseidon / Mercury
- Venus = Ceres / Bacchus = Ceres / South Node = Apollon / Uranus = Moon / Uranus = Black Moon /Vesta= Black Moon /Neptune = Juno / PF
- Jupiter = PF = Hygeia /Vertex = Ceres / Saturn = Mars / Vulcanus = Hades / Vulcanus = Black Moon /North Node = Pluto / Mc
เป็นเรือนชะตาที่กึ่ยวข้องกับรัฐบาลแลคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีที่มีสุภาพสตรีดูแลได้แก่กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอาจจะเจอปัญหาและวิกฤตในช่วงเดือนพฤษภาคมค่อนข้างมาแรง รวมทั้งปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ที่จะมาทดสอบการทำงานของกระทรวงเหล่านี้ เดือนสิงหาคมหรือกันยายน งานของกระทรวงพลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถึงจะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2551 จะเจอวิกฤตกึ่ยวกับเรื่องน้ำมัน และพลังงานเชื้อเพลิงขึ้นราคา จนถึงเดือนธันวาคม ปัญหาราคาน้ำมันและพลังงานเชื้อเพลิงจะสร้างความกดดันให้กับรัฐบาลที่ยากต่อการควบคุม
- ปี2552 ช่วงเดือนเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลอาจจะเจอวิกฤตการณ์ในสภา
- ปี 2553 ช่วงเดือนตุลาคม ให้ระวังวิกฤตการณ์ในสภา
- ปี2554 ช่วเงเดือนมีนาคม 2554 โอกาสที่จะมีเหตุการณ์ยุบสภาเกิดขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้โอกาสที่จะทำงานครบเทอมย่อมเป็นไปได้ด้วยเช่นกันก็ลองดูดวงของรัฐบาลว่าจะผ่านพ้นมรสถุมในช่วงนี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน
เรือนชะตาที่ 11 ราศีกุมภ์ มีดาว อาทิตย์(Sun)ในตำแหน่ง 8 องศา 36 ลิปดา ราหู (North Node) ตำแหน่ง 28 องศา 51 ลิปดา
ดาวพุธ (Mercury) ตำแหน่ง 23องศา 52 ลิปดา ดาวเนปจูน(Neptune) ตำแหน่ง 21 องศา 13ลิปดา ดาวเวสต้า (Vesta) ตำแหน่ง 19 องศา 52 ลิปดา ดาวซีร่อน (Chiron) 15องศา 15 ลิปดา ดาววัลคัล (Vulcun) ตำแหน่ง 8 องศา 59 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Mercury = Neptune =Admetos / Black Moon = Mars / Astrae = Kronos / Zeus = Earth / Saturn = Neptune / Mercury
- North Node =Hygeia / Mc = As / Venus = Ceres / Cupido = Kronos / Apollon = Bacchus / South Node = Sun / Pallas
นโยบายประชานิยมของรัฐบาลชุดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี ด้านสินค้า OTOP จะประสบความสำเร็จในการขยายไปต่างประเทศ โครงการรถไฟฟ้า 9 สาย หรือรถไฟความเร็วสูงมีโอกาสแจ้งเกิดในรํฐบาลชุดนี้ รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงปี 2552 นโยบายด้านสุขภาพถือว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน
เรือนชะตาที่ 12ราศีมีน มีดาวยูเรนัส(Uranus) ในตำแหน่ง 16 องศา 29 ลิปดา ดาวพลาลาส (Pallas) 18 องศา 01 ลิปดา
ตำแหน่ง Midpoint
- Uranus =Pallas = Jupiter / Admetos = Hygeia / Vesta = Hygeia / Neptune = Admetos / Jupiter = Vulcanus / Poseidon = Earth / Apollon = Earth Moon
สรุปปัญหาความแตกแยกในพรรคร่วมรํฐบาล ควรระวังในช่วง
- ปี 2551ในช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน
- ปี 2552 ในช่วงเดือนมีนาคม กรกฎาคม กันยายน
- ปี 2553 ในช่วงเดือน เมษายน ธันวาคม
- ปี 2554 ในช่วงมีนาคม
นี่คือสมมุติฐานทางด้านโหราศาสตร์ที่คาดว่า รัฐบาลของนายกรํฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช สามารถนำรัฐนาวาผ่านพ้น 1 ปีอย่างแน่นอน แต่พอย่างเข้า ปีที่ 3 รัฐบาล ควรระวังปัญหาการยุบสภา ถ้าผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในเดือนมีนาคม 2554 ไปได้โอกาสที่รัฐบาลจะทำงานครบ 4 ปีมีความเป็นไปได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสมมุติฐานทางด้านโหราศาสตร์ เหตุการณ์อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ได้ ต้องขออภัยทุกท่านด้วย อย่างน้อยน่าจะทำให้คนไทยที่รักรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย มีความสบายใจ มีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้สามารถทำงานจนโครงการรถไฟฟ้า 9 สาย เสร็จ คิดเสียว่าเป็นเรื่องของอนาคตทางการเมือง ปัจจุบันรัฐบาลยังคงทำหน้าที่ต่อไปเพื่อสนองเจตนารมย์ที่ได้ทำสัญญาประชาคมไว้กับประชาชน
นวฤทธิ์จัง (Navaritjung)
2 มีนาคม 2008
www.navaritastro.th.gs